บทที่ 1 โปรเจกต์ลับสุดยอด

วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม คริสต์ศักราช 1999 เวลา 22:00 น. กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ/สหราชอาณาจักร ฝนกำลังตกหนักอย่างรุนแรง ชายคนหนึ่งได้วิ่งฝ่าน้ำฝนไปบนสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ และตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว หลายคนควรจะนอนได้แล้ว แต่ชายคนนี้ไม่ค่อยยอมนอนเท่าไร เขาหน้าตาคล้ายกับลีออน สก็อตต์ เคนเนดี้จากเรสซิเดนท์อีวิล แต่เขาใส่ชุดแบบนักวิทยาศาสตร์ ชายคนนั้นชื่อว่า จอห์น คอร์เรีย (John Corria) เขาคนนี้ได้เรียนรู้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับโปรเจกต์ลับนั่นก็คือ โปรเจกต์อันโนน (Project Unknown) ที่จุดมุ่งหมายของตัวโปรเจกต์และผู้อยู่เบื้องหลังคือ สร้างยอดมนุษย์ที่มีความเป็นอมตะ โดยการสร้างสารต่าง ๆ เพื่อฉีดเข้าตัวเด็กทารกแฝดชายหญิงจากไข่ใบเดียวกัน แต่มันจะมีสักกี่ครั้งที่จะมีปรากฏการณ์แบบนี้ และเขาไม่เห็นด้วยกับเรื่องแบบนี้แน่นอน “ขอร้องละ ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถรับสารเคมีนี้ได้ทุกคนนะ” นี่คือคำพูดที่จอห์นพยายามขอร้องให้ล้มเลิก แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากผู้ที่อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ลับนี้หลายครั้ง จอห์นถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความสิ้นหวัง เมื่อไรจะได้ยกเลิกโครงการเสียทีนะ เขาคิด จากนั้นจึงวิ่งฝ่าฝนกลับเข้าไปในบ้านทันที “พ่อคะ ได้ผลบ้างไหม?” เสียงลูกสาวถามขึ้น เคอร์ด้า คอร์เรีย (Kerda Corria) วัย 12 ขวบ เธอกำลังสนใจในสิ่งที่พ่อของเธอทำ และชุดของเคอร์ด้าดูคล้ายกับเชอร์รี่ […]

บทที่ 7 ตามหากุญแจสำคัญ (Part 2)

และเนื่องจากว่าตอนนี้ฝ่ายอธรรมในมิติเรียลลิตี้ทั้งสี่ฝ่ายรู้ตัวว่าฝ่ายธรรมะกำลังเคลื่อนไหวและรวมตัวกันที่ประเทศอียิปต์ ก็เลยนำกองทัพมายกพลเตรียมเข้าโจมตีเลย และตอนนี้กองทัพใหญ่จากฝ่ายอธรรมทั้งสี่ฝ่ายก็มาถึงแล้วและเตรียมเข้าตอบโต้ทันทีหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มก่อน ตอนนี้ พวกที่มาก่อสงครามในอียิปต์กลายเป็นมีห้าฝ่ายแล้ว คือฝ่ายธรรมะที่นำโดยกองทัพจากประเทศต่าง ๆ และพวกซูเปอร์ฮีโร่จากองค์กรยอดมนุษย์เพื่อสันติสุขที่มีแกนนำครบทุกคน นั่นคือโครว์แมน อีเกิลแมน โกลเดนไลออน วอร์ฟัลคอน ซิลเวอร์ดรากอน สโนว์วูแมน ฟีนิกซ์วูแมน วินเทอร์ดรากอน นิวอีเกิลแมน และเลเพิร์ดเกิร์ล แน่นอนรวมไปถึงทีมเอ็มซีพีเอด้วย แล้วทีนี้ฝ่ายธรรมะจะมีกองกำลังฝ่ายอัลเทอร์เนตเปิดประตูมิติเข้ามาช่วยเหมือนกัน และศัตรูก็มีกองทัพฝ่ายชาโดว์เปิดประตูมิติเข้ามาอย่างลับ ๆ เพื่อเตรียมเปิดฉากโจมตีให้ได้ แต่ไม่ทันที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเริ่มก่อน ก็ดันมีเหตุการณ์ที่ทำให้กองทัพจากมิติเรียลลิตี้สื่อสารกับทีมตัวเองไม่ได้ เพราะโดนคลื่นรบกวนบางอย่างที่ไม่เคยมีในมิติเรียลลิตี้มาก่อน โดยมาในลักษณะคล้ายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในมิติเรียลลิตี้แต่ซับซ้อนกว่านั้น จนทำให้ฝ่ายธรรมะต้องรีบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือโดยจุดพลุเพิ่มเพื่อเรียกทีมพอเพียงไรเตอร์และผองเพื่อนมาช่วย ทางฝ่ายฐานทัพประจำฝ่ายต่าง ๆ ก็แปลกใจว่าทำไมถึงติดต่อทีมภาคสนามในอียิปต์ไม่ได้ และต้องรีบส่งโดรนพิเศษสำหรับสังเกตการณ์เพื่อดูเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่นและส่งกำลังสนับสนุนไปยังอียิปต์ด้วยเผื่อเกิดอะไรขึ้น ส่วนชาร์ลี ลิซซี่ และพีท รวมถึงธันวา เป้ง ปอนด์ และแบงค์ ก็รีบบึ่งเข้าไปหาฝ่ายธรรมะซึ่งอยู่ห่างจากทั้งเจ็ดอีกหนึ่งไมล์ แต่ไม่ทันไร ริวคิก กวางงากะ เจียระไน ปอย เชสเตอร์ และจินนี่ก็มาช่วย และรีบพากลับไปยังเครื่องบินของทีมเอ็มซีพีเอทันที ส่วนยินนาและจิวซึ่งกำลังบินมาก็เห็นกลุ่มรถของพวกโซเฟีย ก็รีบเข้าไปช่วยทันที และตอนนี้อยู่ใกล้กับพิระมิดที่กำลังจะเป็นเครื่องเปิดประตูมิติขนาดใหญ่ในอีกไม่ช้า “คงไม่ตามมาแล้วนะ” คริสว่า “ก็คิดเอาเอง” แบร์รี่ตอบ […]

บทที่ 7 ตามหากุญแจสำคัญ (Part 1)

วันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 2046 ประเทศอียิปต์ ทีมเอ็มซีพีเอนั่งเครื่องบินลำใหญ่มาอย่างโดดเดี่ยวอยู่ลำเดียว “เอาละใกล้จะถึงแล้ว” ภัททิต้าบอกในขณะที่เขากำลังขับเครื่องบินอยู่ “เห็นพิระมิดนั่นไหม?” “เห็นครับพ่อ แล้วยังไงเหรอครับ?” เชสเตอร์ถาม “ก็พ่อคิดว่าจะให้ลงที่นั่นไปเลย” ภัททิต้าบอกกับลูกชาย “เตรียมลงจอดไว้ให้ดี เพราะรู้สึกว่าเหมือนสงครามครั้งนี้มันชักจะดูคล้ายหนังทรานส์ฟอร์เมอร์สมากเลยนะ” “หนังเรื่องอะไรอะครับผมไม่รู้จักเลย” เชสเตอร์ถาม “แสดงว่าลูกเกิดไม่ทันละสิ” ภัททิต้าตอบ “มันเป็นหนังที่ฉายเมื่อปี 2009 น่ะ ฉายตอนพ่อกับแม่ยังอยู่ประถมอยู่เลย” ขณะที่ทีมพอเพียงไรเตอร์และผองเพื่อนได้เจอวิหารที่ซ่อนกุญแจแล้ว และความเดจาวูของมันก็คือ มันก็คือที่เดียวกับที่ซ่อนเมทริกซ์ในภาพยนตร์เรื่องทรานสฟอร์เมอร์สนั่นแหละ ฉะนั้นมันก็ต้องมีอะไรให้หลงเหลืออยู่บ้างแหละน่า “ดูนั่นสิ!” พอเพียงชี้ไปที่จุดที่น่าสงสัยบางอย่างที่กำแพงที่เป็นภาพวาด และมีรอยแตกจากการถ่ายทำ “สภาพจากการถ่ายทำหนัง และผ่านมาสามสิบกว่าปีแล้ว รอยยังอยู่เลย” พอเพียงไม่รอช้า รีบยิงลูกไฟใส่ผนังตรงรอยร้าวทันที และมันก็คืออุโมงค์ที่เข้าไปในห้องชั้นใต้ดิน และตอนที่ทีมสร้างภาพยนตร์ทรานส์ฟอร์เมอร์สได้สร้างสุสานแห่งไพรม์ พวกเขาสร้างสุสานทับอุโมงค์นี้ และไม่มีใครสังเกตทางเชื่อมอุโมงค์เลย และตอนนี้เมื่อมาถึงห้องใต้ดิน ก็พบกับกุญแจแล้วเรียบร้อย รูปทรงเป็นกริชเงินทำมาจากควาแทนเซี่ยม และพอเพียงก็ใส่ถุงมือและหยิบกริชขึ้นมา “กุญแจนี้เป็นกุญแจสำคัญที่จะสามารถเข้าถึงประตูมิติได้” พอเพียงพูด สักพักก็ได้ยินเสียงเครื่องบินจากด้านนอก เป็นขององค์กรยอดมนุษย์เพื่อสันติสุข กับกองทัพจากประเทศต่าง ๆ มาช่วย “เอาละทุกคน รีบเผ่นจากที่นี่กันเถอะ!” พอเพียงว่า […]

บทที่ 6 ไขรหัสที่จารึกในหัว (Part 2)

วันที่ 11 มกราคม คริสต์ศักราช 2046 เมืองดีทรอยท์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา พอเพียงใช้เครื่องสแกนหาบุคคลที่ต้องสงสัยตรวจหาคนที่สามารถจะช่วยแปลและอ่านภาษาจอมมารโบราณได้ (ถึงตรงนี้อาจมีหลายคนถามว่า พอเพียง แอนนา และชาร์ลีเองก็เข้าใจภาษานี้ ทำไมไม่อ่านเองแปลเองล่ะ คำตอบที่ถูกต้องก็คือ เพราะทั้งสามนั้นไม่คุ้นเคยกับภาษานี้ และไม่มีความสามารถในการอ่านและแปลภาษาจอมมารโบราณนี้เลย จึงไม่อ่านและแปลภาษาจอมมารด้วยตัวของพวกเขาเอง) ซึ่งคนที่มาด้วยนั้นก็มีโซเฟีย ภรรยาของเขา ชาร์ลี ลูกชายของเขา ลิซซี่ ลูกสะใภ้ของเขา และรวมไปถึง ธันวา เป้ง ปอนด์ แบงค์ เล็กซ์ แอนนา ลูคัส เรดฟิลด์ (Lucas Redfield) เพื่อนร่วมห้องของพอเพียง แอสทริด แอนเทล (Astrid Antel) นักเรียนรุ่นน้องของพอเพียงในชมรมภาษาอังกฤษ และครอบครัวพี่เขยพี่สะใภ้อย่าง แบร์รี่ เวโรนิก้า เจมส์ คริส แคลร์ และจอห์น แน่นอนต้องมีพีทเป็นตัวสำคัญด้วย (รวมแล้วได้ 19 คน นี่คือจำนวนคนในทีมพอเพียงไรเตอร์และผองเพื่อน!) ส่วนฝ่ายคุ้มกันชั้นแรกก็คือทีมเอ็มซีพีเอ ซึ่งประกอบไปด้วย […]

บทที่ 6 ไขรหัสที่จารึกในหัว (Part 1)

พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ เพราะแค่เรื่ององค์กรฮิคราซิสต้ากับอัล-ลีบูรากำลังทำสงครามกันก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว นี่ยังมีเกฟเวอร์รัสเป็นจอมมารร้ายบุกเข้ามาเพื่อมาเอาลูกชายของเขาไปอีก นี่ยังไม่นับเรื่องของการที่พวกต่างมิติหลงเข้ามาในมิติเรียลลิตี้อีกด้วย มันก็ทำให้ยิ่งปวดหัวไปกันใหญ่อีก แต่ทว่า การมาของเกฟเวอร์รัสนั้นส่งผลกระทบอะไรหลายอย่างต่อพีท ลูกชายของจอมมาร เนื่องจากพีทสามารถเข้าใจภาษาของเกฟเวอร์รัสที่ส่งมาเป็นสาส์นให้พีทรู้ในหัว ซึ่งแน่นอนว่าพอเพียง ลุงลี และชาร์ลีเท่านั้นที่พอจะเข้าใจพีทได้ มันคือสารลับที่พีทไม่รู้จักว่ามันมาจากไหนและมันหมายความว่ายังไง ตัวอักษรของภาษาจอมมารนั้นแปลกประหลาดมาก และไม่เคยมีใช้อยู่ในโลกมิติเรียลลิตี้เลย ร้อนถึงพอเพียง ลุงลี และชาร์ลี (รวมถึงภัททิต้า เชสเตอร์ และพวกองค์กรยอดมนุษย์เพื่อสันติสุขด้วย) ฉะนั้นเรื่องแบบนี้บอกไปก็ไม่มีใครเข้าใจหรอก ต้องเรียกเจ้าเก่าอย่างเอ็ดเวิร์ด อัลเทอร์เนตพอเพียง และชาโดว์พอเพียงมาหาพีท เพื่อแก้ไขปริศนาข้อความที่อยู่ในหัวของพีทและเตรียมพร้อมรับมือกับเกฟเวอร์รัสและอะไรก็ตามที่เตรียมจะเข้ามาโจมตี “เอาละพีท ตกลงมันคืออะไรกันเหรอ นายช่วยบอกให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?” พอเพียงถามกับพีทซึ่งตอนนี้ทั้งสอง รวมถึงคนอื่น ๆ ที่มาร่วมคุยด้วยได้อยู่ในห้องประชุมของศูนย์บัญชาการองค์กรยอดมนุษย์เพื่อสันติสุขแล้ว “ก็คือพอหลังจากเกิดเหตุกาณ์ปล้นเครื่องบินในตอนนั้น แล้วมันมีใครก็ไม่รู้ที่ผมเพิ่งมารู้ที่หลังว่าเป็นจอมมารเกฟเวอร์รัส และที่ผมแทบรับไม่ได้คือเขาเป็นพ่อผมโดยบังเอิญ ได้บุกเข้ามาสอยเครื่องบินร่วง เขาก็ได้มอบสาส์นอะไรบางอย่างมาให้ผม เหมือนเป็นอักษรรูนโบราณ แต่มันสลักเป็นภาษาจอมมาร มันอยู่ในหัวผมตลอดเวลาเลยอ่ะครับ” พีทตอบ “ฉันเองก็เข้าใจภาษานี้ดี และลูกชายฉันก็เช่นกัน แต่ว่าปัญหาคือคนอื่น ๆ จะไม่รู้ว่าพวกเขาคิดอะไร” พอเพียงพูด “เอ…แล้วใครจะเป็นคนที่สามารถแปลภาษานั้นได้นอกจากคุณเรียลลิตี้พอเพียงละครับ” เอ็ดเวิร์ดถาม “ในเมื่อเราอ่านภาษาจอมมารไม่ได้เลยสักนิดเดียว” “ฉันเอง” เสียงของผู้หญิงที่คุ้นเคยสำหรับพอเพียงดังขึ้นจากหน้าประตูห้องประชุม ทำให้ทุกคนชะงักและหันไปทางผู้มาเยือน และเธอก็คือ […]

บทที่ 5 ความหลังสมัยเด็ก

เมื่อ 41 ปีก่อน วันที่ 14 เมษายน คริสต์ศักราช 2004 หมู่บ้านเรดไทเกอร์ (Red Tiger Village) วันนี้เป็นเหตุการณ์สองปีก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุในศูนย์วิจัยแกรนด์เชเพิร์ด (Grand Shepard Laboratory) โดยที่พอเพียงวัยสี่ขวบ (แน่นอนว่าตอนนั้นยังตาสีดำทั้งสองข้าง และแขนสองข้างของเขายังปกติอยู่) มากับพ่อแม่ในรถฟอร์ด โฟกัส อาร์เอส (Ford Focus RS) สีแดง ซึ่งพวกเขามาที่หมู่บ้านเรดไทเกอร์เพื่อมาเยี่ยมครอบครัวของเพื่อนของพ่อของพอเพียง นั่นก็คือ อาร์เธอร์ ริคเคน ซึ่งก่อนที่ทั้งสามจะมานั้น พวกเขาได้คุยกันเรื่องลูกสาวคนที่สามของครอบครัวริคเคนอย่างโซเฟีย ว่านายริคเคนตั้งใจจะยกเธอให้กับพอเพียง เพราะเห็นแววเขาดูเหมาะสมที่จะมาเป็นลูกเขยคนที่สามดีมาก โตไปเขาจะเป็นคนที่รับผิดชอบโซเฟียได้ดีมาก จึงตกลงยกโซเฟียให้พอเพียงไปเลย แต่พอเพียงไม่เคยเห็นหน้าโซเฟีย หรือแม้กระทั่งสมาชิกในครอบครัวริคเคนเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นต้องให้แอนดรูว์ พ่อของเขา กับมาร์ธา แม่ของเขาพาไปให้เห็นหน้าทั้งหมดเลยทั้งครอบครัว แต่สำหรับพอเพียง ถือเป็นการทำความรู้จักกับหมู่บ้านที่โซเฟียอยู่ไปด้วยในตัว พอมาถึงหมู่บ้านเรดไทเกอร์แล้ว แอนดรูว์ก็จอดรถที่บ้านเลขที่ 711/77 ซึ่งเป็นเลขที่บ้านของครอบครัวริคเคนพอดี และบ้านหลังดังกล่าวนั้นหรูหรามาก — เอาง่าย ๆ มันคล้ายกับคฤหาสน์เลย มีรถจอดด้วย (เรียกง่าย […]

บทที่ 4 ปล้นเครื่องบิน (Part 3)

ที่ไหนสักแห่งในประเทศไอซ์แลนด์ ตอนนี้ขออธิบายได้แค่ว่า ตอนนี้ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญออกมายังโลกมิติเรียลลิตี้อีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเกฟเวอร์รัส จอมมารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมิติอัลเทอร์เนตและชาโดว์ โดยที่พวกเขานำกองกำลังชั่วร้ายประมาณสิบกว่าคนบุกมายังมิติเรียลลิตี้ โดยไม่รู้ตัวว่า เกฟเวอร์รัสจะไม่สามารถใช้พลังที่เขามีในมิติเรียลลิตี้ได้เลย แต่เมื่อมาอยู่ใกล้ถนนที่มีรถพลุกพล่าน เขาและกองกำลังของเขาจะทำการบล็อคเส้นทางที่รถผ่านเพื่อหยุดรถที่สัญจรไปมาทั้งหมด (โดยที่พวกเขาไม่รู้จักคำว่า “ยานพาหนะ” ที่อยู่ในมิติเรียลลิตี้เลยแม้แต่นิดเดียว รู้แต่ว่าที่ผ่านไปมานั้นเป็นสัตว์เหล็กเท่านั้นเอง จากนั้นพวกเกฟเวอร์รัสจะมาหยุดรถทั้งหมด แล้วจากนั้นจึงถามถึงลูกชายของจอมมาร ถ้าคนขับรถบอกว่าไม่รู้ จอมมารจะฆ่าทิ้ง ซึ่งรายแรกยังไม่ทันจะโดนฆ่าเลย ก็มีซูเปอร์ฮีโร่สังกัดองค์กรยอดมนุษย์เพื่อสันติสุขประมาณไม่กี่สิบคนบุกเข้ามาเพื่อจัดการกับจอมมารและเตรียมจับกุมตัวเกฟเวอร์รัส แต่ไม่ทันไรเครื่องบินโบอิ้ง 747 เที่ยวบินที่ 768 ที่ถูกสมุนอัล-ลีบูราปล้นเจ้ากรรมก็ดันบินผ่านจุดที่เกฟเวอร์รัสอยู่พอดี และกำลังมุ่งหน้าไปยังกรีนแลนด์ เกฟเวอร์รัสสัมผัสได้ว่าลูกชายของเขาก็อยู่ในนั้น เขาและลูกสมุนจึงบินแบบมีควันสีดำไล่ตามเครื่องบินไปจนทัน จากนั้นเกฟเวอร์รัสก็ได้มาเกาะด้านหน้าของเครื่องบินไว้ ซึ่งตอนนั้นหัวหน้าโจรถือสายอยู่พอดี และมาเจอกับเกฟเวอร์รัสเกาะด้านหน้าของเครื่องบินไว้ก็ผงะมาก “เจ้าบังอาจทำร้ายลูกชายของข้า!!” จอมมารตวาด แล้วจากนั้นจึงกระแทกหน้าต่างมาจับคอหัวหน้าโจรแล้วกระแทกผนังห้องบังคับอย่างรุนแรง จนพวกโจรที่เหลือต้องเล็งอาวุธไปที่ผู้บุกรุกคนใหม่ที่จู่ ๆ ก็มาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว “ปล่อยเขานะ!” หนึ่งในลูกน้องตะโกน (ในตอนนั้นชาร์ลีก็รีบพากัปตันและนักบินออกจากห้องบังคับและเสกร่มชูชีพมาแจกให้ทั้งผู้โดยสาร กัปตัน นักบิน และรวมไปถึงพนักงานบนเครื่องบินเพื่อเตรียมหนีจากเครื่องบินทันที) แต่ทว่าเกฟเวอร์รัสได้พ่นลูกไฟดำใส่ลูกสมุนคนหนึ่งตาย และจากนั้นพวกโจรก็ได้ระดมยิงใส่จอมมารทันที ในขณะที่พวกผู้บริสุทธิ์ก็ขอให้ชาร์ลีเปิดประตูเครื่องบินหนีไปทันที และเขาก็ทำตาม และสามารถพาพวกผู้บริสุทธิ์บนเครื่องบินหนีออกไปได้สำเร็จ ส่วนพวกโจรยังไม่ทันได้คิดว่าจะต้องสละเครื่องบินหนี เพราะมัวแต่ไล่ยิงจอมมารเกฟเวอร์รัส ก็พบว่าเครื่องร่วงลงมาแล้ว และในที่สุดมันก็ไปชนกับน้ำแข็งขั้วโลกเหนือและระเบิดกระจายไปทั่ว และพวกผู้ก่อการร้ายที่อยู่ในนั้น (ส่วนใหญ่หนีไม่ทัน) ก็ตายคาเครื่อง […]

บทที่ 4 ปล้นเครื่องบิน (Part 2)

แต่ในขณะเดียวกันในเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 747 เที่ยวบินที่ชาร์ลี เชสเตอร์ แฮร์รี่ เดฟ และพีทนั่งอยู่ข้างในนั้น กำลังจะเกิดเรื่องขึ้นมา… พวกที่แฝงตัวมาในเครื่องบิน ซึ่งเป็นพวกของอัล-ลีบูรา ได้ยึดเครื่องบินลำนี้แล้ว พวกผู้ก่อการร้ายของอัล-ลีบูราชักอาวุธของตนเองออกมาขู่ผู้โดยสารทุกคน “พวกเราคือสมาชิกกลุ่มอัล-ลีบูรา!” ตัวแม่ทัพตะโกน “เครื่องบินลำนี้เรายึดครองไว้แล้ว ใครขัดขืน ตาย!” ชาร์ลีและเชสเตอร์ได้ยินดังนั้นก็เห็นท่าไม่ดี จึงชักปืนพกของตนเองขู่พวกผู้ก่อการร้าย แต่นั่นก็ทำให้พวกผู้ก่อการร้ายนั้นชี้ปืนไปที่สองหนุ่มทันที “พวกเราสองคนไม่ได้จะขัดขืนแกสักหน่อย” ชาร์ลีพูด “ใช่” เชสเตอร์พูด “มีอะไรค่อยพูดค่อยจาได้นะ” “งั้น” หัวหน้าทีมผู้ก่อการร้ายพูด “เอางี้แล้วกัน พวกเราต้องการวิทยุสื่อสาร ใครมีช่วยส่งมาให้ฉันหน่อยนะ” พนักงานในเครื่องบินคนหนึ่งชี้ไปที่ห้องควบคุมเครื่องบิน แล้วจากนั้นหัวหน้าทีมผู้ก่อการร้ายก็บึ่งเข้าไปตามทางที่พนักงานนำ โดยชาร์ลีกับเชสเตอร์ถือปืนพกของตนเองตามไปด้วย ในบ้านของพอเพียง เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าลูกชายของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย เขาก็รีบผละจากห้องคอมพิวเตอร์ไปยังห้องฐานทัพใต้ดินเพื่อเข้าไปที่ห้องวิทยุสื่อสารเพื่อแฮกสัญญาณจากเครื่องบิน เผื่อเกิดกรณีที่ผู้ก่อการร้ายได้ถือสายอยู่ ทางฝั่งสนามบินประเทศฝรั่งเศสที่เครื่องบินที่ถูกปล้นจะลงจอด ซึ่งถือสายรับอยู่ “รับทราบ เที่ยวบิน ที่ 768 เรากำลังเคลียร์รันเวย์เพื่อทำทางลงจอดให้คุณอยู่” ผู้จัดการสนามบินตอบ จู่ ๆ ก็มีสัญญาณแทรกเข้ามา “นั่นมันสัญญาณอะไรน่ะ” เจ้าหน้าที่อีกสองสามคนร้อง “นี่คือ พีดับเบิลยูอาร์-001 (PWR-001)” เสียงพอเพียงพูดผ่านคลื่นวิทยุ “ขออภัยที่ขัดจังหวะนะครับ […]

บทที่ 4 ปล้นเครื่องบิน (Part 1)

ทางองค์กรยอดมนุษย์เพื่อสันติสุขได้วางแผนแล้วว่าจะส่งกองกำลังส่วนหนึ่งไปบุกฐานทัพของอัล-ลีบูรา และอีกส่วนไปบุกฐานทัพขององค์กรฮิคราซิสต้า แต่ทว่าปัญหาของมันก็คือ ที่ตั้งของสองฐานทัพนี้อยู่ใกล้กันมาก และต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าตนเองได้ตั้งฐานทัพใกล้กับอีกฝ่ายที่ไม่ถูกกับตนเสียด้วย และถ้ารู้ละก็จะยกพวกไปโจมตีกันเลย (เอ๊ะ ทำไมมันรู้สึกคล้าย ๆ กับที่เด็กนักเรียนอาชีวะต่างสถาบันต่อสู้กันเองในประเทศไทยยังไงยังงั้น หวังว่าปี ค.ศ. 2045 จะไม่มีปัญหาแบบนี้จริง ๆ ในไทย แบบที่ไม่เคยมีปัญหาแบบนี้ในเซนเตอร์ซิตี้นะ) และขนทั้งอาวุธปืน ยานพาหนะโดยเฉพาะรถถังกับเฮลิคอปเตอร์มาโจมตีกันแน่นอน แต่พอเพียงไม่รอช้า ใช้วิธีการล่อศัตรูออกจากรังเพื่อให้มาปะทะกัน ด้วยการส่งกองกำลังสองส่วนไปเป็นตัวก่อกวนให้ศัตรูส่งพวกตนเองออกมาไล่จัดการไปเลย เมื่อองค์กรยอดมนุษย์เพื่อสันติสุขทำตามแผนของพอเพียง ปรากฏว่ามันจริงตามแผน อัล-ลีบูราและฮิคราซิสต้าได้ส่งกองกำลังของตนเองออกมากำจัดศัตรู โดยไม่รู้ว่าถูกล่อให้ไปทางฐานทัพฝั่งตรงข้ามที่ส่งพวกของตนเองมาไล่ตามศัตรูและถูกล่อให้ไปเจอเหมือนกัน จนกระทั่งสองฝ่ายที่ไม่ถูกกันได้มาเจอกัน สงครามจึงบังเกิด และองค์กรยอดมนุษย์เพื่อสันติสุขก็ได้ส่งพวกที่เหลือของตนเองมาปราบปรามและจัดการทำลายฐานทัพของศัตรูจนราบคาบ ซึ่งทั้งหมดก็เข้าไปถล่มจนราบคาบทันที และจากนั้นเหตุการณ์ทั้งหมดก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง… จนกระทั่ง หัวหน้าใหญ่ของอัล-ลีบูราและหัวหน้าใหญ่ขององค์กรฮิคราซิสต้าได้ประกาศว่าจะทำสงครามกันเองเท่านั้นแหละ พอเพียงจึงรู้สึกว่าสมควรกับการที่ทั้งสองฝ่ายกล้าหยามเขา เพราะว่านั่นเป็นการท้าทายพลังของเขาโดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่รู้ตัว (อ้อ วันที่พวกองค์กรยอดมนุษย์เพื่อสันติสุขบุกมาทำลายฐานทัพของอัล-ลีบูรากับองค์กรฮิคราซิสต้านั้น เป็นวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 2045 นะครับ) แต่สักพักมันก็เกิดเรื่องใหญ่แล้วเมื่อพอเพียงได้ทราบข่าวว่ามีกองกำลังขององค์กรฮิคราซิสต้าได้โจมตีอิรักและซีเรีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อัล-ลีบูราตั้งเป็นฐานทัพศูนย์กลางประจำอยู่และมีหัวหน้าใหญ่ผู้ลึกลับของอัล-ลีบูราประจำการอยู่ด้วย ซึ่งทางองค์กรฮิคราซิสต้าได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดไปหย่อนระเบิดฝูงใหญ่ลงฐานทัพเป็นการเอาคืนด้วย และต่อมาอัล-ลีบูราก็ส่งเครื่องบินไประเบิดประเทศเยอรมันตรงฐานทัพองค์กรฮิคราซิสต้าเป็นการเอาคืนกลับบ้าง พอเพียงเห็นท่าไม่ดีจึงหาวิธีกดดันให้ทั้งฝ่ายเดอะแบล็ค ฝ่ายไมตี้ธีฟ และฝ่ายองค์กรยอดมนุษย์เพื่อสันติสุข (สองฝ่ายแรกที่เป็นวายร้ายนั้นดูกลายเป็นคนดีไปเลย) ทำการแทรกแซงการทำสงครามของสองกองทัพด้วยเพราะว่าตอนนี้ประเทศต่าง ๆ เริ่มประกาศทำสงครามกับกองกำลังเหล่านี้แล้ว และนั่นก็เริ่มนำมาสู่สงครามโลกครั้งที่สามแล้ว […]

บทที่ 3 ฮิคราซิสต้าและอัล-ลีบูรา

องค์กรฮิคราซิสต้านั้นพยายามออกอาละวาดมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นจริงเป็นจังเท่าปี 2045 ที่ทันทีที่องค์กรนี้ถล่มจีนปุ๊บ รัฐบาลจีนก็ยื่นคำขาดให้เยอรมนีตามล่าตัวก่อเรื่องให้เร็วที่สุด แต่ฮิคราซิสต้าดันมีปฏิกิริยาที่ไวต่อข่าวนี้มาก จึงป่าวประกาศไปว่า ฮิคราซิสต้ามีฐานทัพอยู่หลายสาขาอยู่ทุกที่ทั่วโลก ไม่มีใครจับได้หรอกว่าตัวต้นเหตุนั้นประจำอยู่ที่สาขาใด หารู้ไม่ว่า มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเจ้าตัวต้นเหตุนั้นเป็นใครและอยู่ที่ไหน และที่ร้ายแรงที่สุด คือตัวต้นเหตุนั้น ดันไปกระตุกหนวดเสือดุที่เก่งกาจตัวดังกล่าวเสียด้วย และเสือดุตัวนั้น คือพอเพียง มาสเตอร์นั่นเอง เมื่อพอเพียงได้ยินข่าวมาว่าตัวการผู้ลึกลับป่าวประกาศว่าองค์กรฮิคราซิสต้าของตนนั้นมีฐานทัพอยู่หลายสาขาทั่วโลก และไม่มีใครรู้หรอกว่าตนอยู่ที่สาขาใด เท่านั้นแหละความเป็นมหาพยัคฆ์เหนือเมฆของพอเพียงปะทุขึ้นมาทันทีเลย เพราะเขาคนนี้รู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่า ตัวการผู้ลึกลับคนนี้เป็นใคร และในตอนนี้อยู่ที่ไหน และเขาจะตามล่าให้ถึงที่สุด แต่ก่อนอื่นเขาต้องมีแผนก่อนเพื่อจัดการกับองค์กรชั่วร้ายชาวเยอรมันเป็นยกแรก “ต้องคิดให้ออก ต้องคิดให้ออก ต้องคิดให้ออก…” พอเพียงนั่งพึมพำอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งเขาคิดแผนแรกออกแล้ว! “อ้า! รู้แล้ว ได้ยินมาว่าฐานทัพองค์กรฮิคราซิสต้านั้นมีสาขาอยู่ที่เซนเตอร์ซิตี้ด้วยแฮะ” พอเพียงคิด “ดีละ เราจะได้เตรียมการบุกโจมตีฐานทัพนั้นให้สิ้นซาก!” แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา ก็ดันมีกลุ่มก่อการร้ายอิสลามกลุ่มใหม่ที่โหดกว่ารัฐอิสลามอิรักและซีเรีย (Islamic States of Iraq and Syria : ISIS) และอัลกอฮิดะห์หรืออัล-ไกดา (Al-Qaeda) รวมกันเสียอีก นั่นก็คือกลุ่มก่อการร้าย อัล-ลีบูรา (Al-Lebura) ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายอิสลามที่น่ากลัวที่สุดในโลกและน่ากลัวกว่ารัฐอิสลามอิรักและซีเรียอีก ซึ่งเป้าหมายก็คือ ทำให้ทั่วโลกนั้นต้องรับใช้ศาสนาอิสลาม และปกครองด้วยศาสนาอิสลามให้ได้ […]